นาทีนี้คงไม่มีอะไรฮือฮาไปกว่าข่าวการตั้งครรภ์ของ ‘ชมพู อารยา’ (ชื่อสมมติ) ซุปตาร์ตัวแม่แห่งวงการบันเทิงไทย ที่ล่าสุดได้โพสต์ภาพอัลตราซาวด์พร้อมแคปชั่นสุดซึ้งลงอินสตาแกรมส่วนตัวเมื่อสัปดาห์ก่อน สร้างความยินดีให้กับแฟนๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอเผยว่าลูกน้อยในครรภ์คือ ‘น้องพรีม’ (ชื่อสมมติ) ซึ่งการตั้งชื่อนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากคำแนะนำของ ‘คุณหมออิง’ กุมารแพทย์ชื่อดังจากเพจเลี้ยงลูกตามหมอ ที่เธอติดตามมานาน งานนี้ทำเอาเหล่าว่าที่คุณแม่และแม่ๆ มือใหม่แห่เข้าคอมเมนต์ขอเคล็ดลับการเตรียมตัวเป็นคุณแม่กันอย่างล้นหลาม
แทบจะในทันทีที่ข่าวนี้เผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตก็เริ่มขุดคุ้ยข้อมูลว่า เส้นทางสายแม่ของ “ชมพู อารยา” จะปังได้อย่างไร โดยหลายคนเริ่มนำชื่อ ‘คุณหมออิง’ ที่ ‘ชมพู’ กล่าวอ้างถึงไปค้นหาบนโลกออนไลน์ และพบว่า ‘คุณหมออิง’ ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กเล็ก 2026 ที่มีชื่อเสียงด้านการเขียนบทความและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกตามหลักวิทยาศาสตร์อย่างมีเหตุผล โดยเฉพาะเรื่อง ‘การให้นมบุตร’ ที่เธอยังได้เคยพูดถึงอย่างละเอียดในไลฟ์สดเมื่อสองเดือนก่อน ซึ่งทำให้ชื่อ ‘เพจเลี้ยงลูกตามหมอ’ ทะยานขึ้นติดเทรนด์ค้นหา และยอดผู้ติดตามพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด
และแน่นอนว่าเรื่องของซุปตาร์ตัวแม่ย่อมไม่จบลงที่การประกาศข่าวดี แหล่งข่าววงในจากโรงพยาบาลเด็กขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง กระซิบว่า ‘ชมพู อารยา’ ได้เข้าปรึกษาเรื่องการเตรียมตัวเป็นคุณแม่และวางแผนการดูแลลูกน้อยกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดมาตั้งแต่ต้นปี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและพิถีพิถันในการเตรียมความพร้อมสำหรับบทบาทใหม่นี้อย่างเต็มที่ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแฟนๆ ต่างยกให้เธอเป็นไอดอลด้านการเลี้ยงลูก
สิ่งที่น่าสนใจคือ ปรากฏการณ์ ‘ชมพูฟีเวอร์’ ครั้งนี้ ได้จุดประกายให้เกิดการพูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ใน ‘กลุ่มแม่และเด็ก’ บนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คุณแม่หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า “เข้ากลุ่มแม่และเด็กดีไหม?” และพบว่าประโยชน์ของการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในชุมชนออนไลน์กลุ่มแม่และเด็กนั้นมหาศาล ทั้งการได้รับคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ ไปจนถึงการได้กำลังใจและเครือข่ายสังคมใหม่ๆ ที่เข้าใจกัน
นี่คือเหตุผลที่ช่วงนี้เราจะเห็นว่า กลุ่มเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกมีสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และ การพูดคุยเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมเป็นคุณแม่ยุคใหม่ก็คึกคักเป็นพิเศษ เรื่องราวของ ‘ชมพู อารยา’ จึงไม่ได้เป็นเพียงข่าวบันเทิง แต่เป็นแรงกระเพื่อมสำคัญที่ทำให้คุณแม่ยุค 2025 หันมาให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวเพื่อเลี้ยงลูกให้ ‘ปัง’ และใช้ช่องทางออนไลน์ในการค้นหาความรู้และสร้างเครือข่ายการสนับสนุนที่แข็งแกร่ง
จับตาดูทิศทางกันให้ดีว่า การเข้ามาของ ‘น้องพรีม’ จะทำให้เกิดเทรนด์การเลี้ยงลูกแบบไหน และแม่ๆ ยุคใหม่จะนำความรู้จาก ‘เพจเลี้ยงลูกตามหมอ’ มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไร บอกได้คำเดียวว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการเลี้ยงลูกในยุคดิจิทัลอย่างแน่นอน.
