สถานการณ์ในเฮติกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เมื่อเด็กและเยาวชนจำนวนมากถูกดึงเข้าสู่โลกของแก๊งอาชญากรรม จนกลายเป็นกำลังสำคัญที่ประมาณครึ่งหนึ่งของกลุ่มติดอาวุธทั้งหมด ในขณะที่กองกำลังต่างชาติชุดใหม่กำลังเตรียมพร้อมที่จะเข้าประจำการ ความกังวลเกี่ยวกับชะตากรรมของเด็กเหล่านี้จึงทวีความรุนแรงขึ้น
รายงานจาก CNN ชี้ให้เห็นถึงภาพอันน่าหดหู่ เด็ก ๆ หลายคนตกเป็นเหยื่อของการชักชวนให้เข้าร่วมแก๊งอันเนื่องมาจากความยากจน ขาดแคลนอาหาร และระบบสวัสดิการสังคมที่ล้มเหลว แก๊งมีอิทธิพลถึงขั้นสร้างระบบจัดสรรอาหารและที่อยู่อาศัยให้กับเด็กไร้บ้าน อ้างว่า “ดูแล” พวกเขา ก่อนจะตามมาด้วยการจ่ายเงินเพื่อแลกกับการทำงานให้กับแก๊ง ซึ่งมักจะเป็นงานที่อันตรายและผิดกฎหมาย
ความน่ากลัวของการชักจูงเด็กยังสะท้อนผ่านช่องทางออนไลน์ ผู้นำแก๊งบางราย เช่น “Izo” จากแก๊ง Village de Dieu ใช้ YouTube ผลิตมิวสิควิดีโอสีสันสดใสที่โอ้อวดชุดเกราะและอาวุธ สลับกับการโชว์รองเท้าและเครื่องประดับ ดึงดูดเด็กและเยาวชนให้หลงใหลในวิถีชีวิตอันฉาบฉวยนี้ โดยช่องของ Izo มีผู้ติดตามถึง 19,000 คน และมียอดดูมากกว่า 2 ล้านครั้ง ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของการแพร่หลายของอิทธิพลแก๊งในสังคม
วานจา คาเรีย หัวหน้าโครงการอาหารโลกในเฮติ (ซึ่งจัดหาอาหารให้แก่นักเรียนกว่า 600,000 คน) เน้นย้ำว่า การปราบปรามความมั่นคงใด ๆ จะต้องควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาความหิวโหยและความต้องการพื้นฐานด้านมนุษยธรรม เพราะเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการถึงสันติภาพที่สมบูรณ์ได้ หากประชาชนยังคงตื่นขึ้นมาโดยไม่มีอาหารเพียงพอ กองกำลังรักษาความปลอดภัยภาคพื้นดิน (GSF) ชุดใหม่ที่ได้รับอาณัติให้ติดตามกลุ่มติดอาวุธอย่างจริงจัง ก็ยิ่งทำให้เกิดคำถามว่าเด็ก ๆ ที่สังกัดแก๊งจะถูกปฏิบัติอย่างไรเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกองกำลังนี้
ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิเด็กได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับแนวทางการรับมือกับเด็กที่เกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญากรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปฏิบัติการของ GSF เริ่มต้นขึ้น เด็กเหล่านี้อาจถูกผลักดันให้อยู่แนวหน้าของการปะทะ มาตรการ “handover protocol” สำหรับเด็กที่เกี่ยวข้องกับแก๊งจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสมและมีโอกาสกลับคืนสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน ด้วยสถานการณ์ที่ซับซ้อนเช่นนี้ อนาคตของเด็ก ๆ ในเฮติจึงแขวนอยู่บนเส้นด้าย ท่ามกลางความท้าทายที่รออยู่เบื้องหน้า
