แพทย์หญิงศุภาลัย ชัยปรีชา สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลสุขสันต์ ได้สร้างความฮือฮาในแวดวงการแพทย์ ด้วยการเปิดเผยผลสำเร็จของการนำเทคนิคบำบัดด้วยคลื่นเสียงความถี่ต่ำแบบเฉพาะบุคคลมาใช้บรรเทาอาการปวดประจำเดือนรุนแรง นวัตกรรมนี้กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังจากการทดลองเบื้องต้นกับกลุ่มผู้ป่วยอาสาสมัครกว่า 50 ราย พบว่า 9 ใน 10 มีอาการปวดลดลงอย่างเห็นได้ชัดภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน
เทคนิคดังกล่าว พัฒนาขึ้นจากแนวคิดการปรับสมดุลการทำงานของมดลูกและระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ความเจ็บปวด โดยแพทย์หญิงศุภาลัยอธิบายว่า “คลื่นเสียงความถี่ต่ำจะเข้าไปกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตบริเวณอุ้งเชิงกราน ลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อมดลูก และส่งเสริมการหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดตามธรรมชาติ” การวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากสถาบันวิจัยสุขภาพสตรีแห่งชาติ และเป็นหนึ่งในความพยายามที่จะหาทางออกใหม่ๆ ให้กับผู้หญิงที่ต้องทนทุกข์กับภาวะปวดประจำเดือนขั้นรุนแรง
จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือการออกแบบโปรแกรมการบำบัดที่ปรับให้เข้ากับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล โดยจะมีการตรวจประเมินสาเหตุและระดับความรุนแรงของอาการปวดอย่างละเอียดก่อนเริ่มการรักษา ซึ่งแตกต่างจากการรักษาแบบเดิมที่มักเน้นการใช้ยาแก้ปวดหรือการประคบถุงน้ำร้อน ซึ่งให้ผลเพียงชั่วคราวและบางรายอาจไม่ตอบสนอง การบำบัดด้วยคลื่นเสียงนี้จึงถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจและมีแนวโน้มที่จะให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนกว่า
ผู้เข้าร่วมการทดลองรายหนึ่ง คุณอารีรัตน์ วงศ์สุวรรณ อายุ 32 ปี เล่าด้วยความตื่นเต้นว่า “ก่อนหน้านี้ การปวดประจำเดือนเป็นเหมือนฝันร้ายที่ทำให้ฉันต้องหยุดงานทุกเดือน แต่หลังจากเข้ารับการบำบัดด้วยคลื่นเสียง อาการปวดลดลงมากจนฉันสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ” เรื่องราวของคุณอารีรัตน์เป็นหนึ่งในหลายๆ เสียงสะท้อนที่ยืนยันถึงประสิทธิภาพของนวัตกรรมใหม่นี้
อย่างไรก็ตาม แพทย์หญิงศุภาลัยย้ำเตือนว่า แม้ผลลัพธ์จะเป็นที่น่าพอใจ แต่การบำบัดด้วยคลื่นเสียงความถี่ต่ำนี้ยังคงอยู่ในระหว่างการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลในระยะยาวและความปลอดภัยสูงสุดในวงกว้าง คาดว่าภายในปี พ.ศ. 2568 เทคโนโลยีนี้จะถูกนำมาใช้ในคลินิกเฉพาะทางมากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้หญิงจำนวนมากได้เข้าถึงวิธีการรักษาที่ไม่ต้องพึ่งยา
ก้าวต่อไปของการวิจัยจะมุ่งเน้นไปที่การศึกษาผลกระทบของเทคโนโลยีนี้ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะผิดปกติของฮอร์โมน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งของอาการปวดประจำเดือนรุนแรง หากประสบความสำเร็จ นวัตกรรมนี้อาจเป็นการพลิกโฉมหน้าของการบำบัดอาการปวดประจำเดือน และเป็นความหวังใหม่สำหรับผู้หญิงทั่วโลกที่กำลังเผชิญกับความทุกข์ทรมานนี้
